อยากทำบุญกับพระอรหันต์จะทำอย่างไร?

 

ในสมัยพุทธกาล มีอุบาสกผู้หนึ่งปรารถนาที่จะทำบุญกับพระอรหันต์ แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าพระรูปไหนเป็นพระอรหันต์ จึงเกิดความสงสัย อุบาสกผู้นั้นจึงเข้าไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ตรัสแก่อุบาสกผู้นั้นว่า “การที่เราจะรู้ว่าพระองค์ไหนเป็นพระอรหันต์นั้น เราจะต้องอยู่ใกล้ชิดท่าน และฟังธรรมะจากท่านบ่อยๆ เราจึงจะสามารถรู้ได้ แต่ถ้าเราไม่มีเวลาใกล้ชิดและไม่มีเวลาฟังธรรม แต่อยากทำบุญแล้วให้ได้ผลบุญมากเทียบเท่ากับพระอรหันต์ ถ้าอย่างนั้นต้องไปทำสังฆทาน

 

การถวายสังฆทานที่ถูกต้อง

ชาวพุทธในปัจจุบันเข้าใจผิดว่าการถวายสังฆทาน คือ การนำของใส่ถังไปถวายพระหนึ่งรูปบ้าง สองรูปบ้าง แท้จริงแล้วการทำบุญแบบนั้นเป็นสังฆทานที่ไม่ถูกต้อง ได้บุญต่ำและบางครั้งอาจได้บาปอีกด้วย

วิธีการถวายสังฆทานที่ถูกต้อง

1. ต้องเป็นอาหารที่พระฉันได้ในเวลานั้น และต้องถวายก่อนเที่ยงเหมือนกับการถวายภัตตาหารเพลพระนั่นเอง

2. ต้องกล่าวคำถวายสังฆทาน ดังนี้ “อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคันหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ”  (ในหัตถบาสใช้ “อิมานิ” นอกหัตถบาสใช้ “เอตานิ”)  ซึ่งเป็นการกล่าวเพื่อถวายทานแด่สงฆ์

3. มีพระตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป (ครบองค์สงฆ์) รับสังฆทาน พระน้อยกว่า 4 รูป ไม่สามารถรับสังฆทานได้ เพราะเป็นเพียงสมมติสงฆ์ (บุคคล)  เท่านั้น เมื่อพระครบ 4 รูป จึงจะถือว่าเป็นสงฆ์ จะถวายแด่พระ 1 รูป ได้ก็ต่อเมื่อ พระรูปนั้นเป็นพระอรหันต์ที่แท้จริง เพราะท่านเองเป็นสงฆ์แล้วนั่นเอง

4. จะต้องทำการอปโลกข์สังฆทาน

หลังจากที่พระรับสังฆทานเรียบร้อยแล้ว พระรูปที่ 2 หรือพระรูปถัดมา จะต้องทำการอปโลกข์สังฆทาน (คือ การประชุมสงฆ์ เพื่อทำการแบ่งปันอาหารมาตามลำดับจนถึงให้ญาติโยม) โดยการกล่าว คำอุปโลกข์สังฆทานคือ “ยัคเฆ ภัณเต สังโฆ ชานาตุ อะยัง ปะฐะมะ ภาโค มะหาเถรัสสะ ปาปุณาติ อะวะเสสา ภาคา อัมหากัง ปาปุณาติ”

หากไม่ได้ทำการอปโลกข์สังฆทาน อาหารทุกชิ้นที่เป็นของสงฆ์ ใครจะนำไปกินไม่ได้เด็ดขาด แม้แต่พระผู้รับสังฆทานก็จะฉันไม่ได้ ถ้าผู้ใดกินเข้าไป เมื่อตายไปแล้วต้องไปเกิดเป็นเปรตประมาณ 92 กัลป์ (1 กัลป์ คือ 6,420 ล้านปี) ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากสำหรับชาวพุทธที่ไม่รู้ธรรมะ

(สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือ “ความสำเร็จที่มาจากพระพุทธเจ้า”)

 


Comments

  1. ทำบุญกับพระทุศีล….ไม่ได้บุญ เล่ม 23 หน้า 409

    ได้ยินว่า นายพรานนั้นเมื่อให้ทักขิณา ( ของทำบุญ ) อุทิศถึงผู้ตายได้ให้แก่ภิกษุผู้ทุศีล
    ( ละเมิดศีล ) รูปหนึ่งนั้นแล ถึง 3 ครั้ง ในครั้งที่ 3 อมนุษย์ (ผู้ตาย) ร้องขึ้นว่า ผู้ทุศีลปล้นฉัน
    ในเวลาที่พรานนั้นถวายแก่ภิกษุผู้มีศีลรูปหนึ่งที่มาถึง ผลของทักขิณา ( ของทำบุญ ) ก็ถึงแก่เขา

    ทำบุญกับนักบวชที่ไม่มีศีล…ไม่ได้บุญ เล่ม 49 หน้า 223

    ….ธิดาของข้าพระองค์บ่นอยู่เนืองๆ ว่า เราจักให้ทานอุทิศให้มารดา บิดา ลุง ป้า น้า อา
    ปู่ ย่า ตา ยาย พวกพราหมณ์กำลังบริโภคทาน อันธิดาของข้าพระองค์ตกแต่งแล้ว
    ข้าพระองค์จะไปยังเมืองอันธกาวินทนคร เพื่อบริโภคอาหาร
    พระราชาจึงตรัสสั่งเขาว่า ถ้าท่านไปได้เสวยผลทานนั้น พึงรีบกลับมาบอกเหตุที่มีจริง แก่เรา
    เราฟังคำอันมีเหตุผลควรเ่ชื่อถือได้แล้ว จักทำการบูชาบ้าง

    จูฬเศรษฐีเปรต ทูลรับพระดำรัสแล้ว ได้ไปยังอันธกาวินทนครนั้น
    แต่ไม่ได้รับผลแห่งทานนั้นเพราะพราหมณ์ทั้งหลายที่บริโภคภัต เป็นผู้ไม่มีศีล
    ไม่สมควรแก่ทักษิณา (ของทำบุญ)

    ภายหลังจูฬเศรษฐีเปรต กลับมาสู่นครราชคฤห์อีก ได้ไปแสดงกายให้ปรากฏ
    เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน
    พระราชาทอดพระเนตรเห็นเปรตนั้นกลับมาอีก จึงตรัสถามว่า เราจะให้ทานอะไร
    ถ้าเหตุที่จะให้ท่านอิ่มหนำตลอดกาลมีอยู่ไซร้ ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่เรา……

    พระไตรปิฎก และอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม
    มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
    พุทธศักราช ๒๕๒๕
    และ
    ฉบับตรวจชาระใหม่ พุทธศักราช ๒๕๔๖

  2. ทำบุญกับพระทุศีลโยมไปนรก (อ.วสภเถรคาถา) 51/47/6 เล่มสีน้ำเงิน
    51/46/16 เล่มสีแดง

  3. moo ponanuan says:

    ขออนุโมทนาบุญกับอาจารย์ษิริพงศ์ด้วยนะครับ สาธุ สาธุ สาธุ

    • นายสุรชา สุวรรณมณี says:

      ขออนุดมธาบุญกับอาจารย์ษิริพงศ์ ด้วยนะครับ

Speak Your Mind

*